Nissan 200SX รถซิ่งจากยุค 90 แตกต่างแต่ไม่แตกแยกกับฟิตเมนท์สุดโหดในสไตล์ชาว Stance

เขียนโดย: Salmon Power

เมื่อ: 23 มกราคม 2562 - 18:05

ภาพโดย: Chae

แช๊ะ

 

          Stance การตกแต่งรถยนต์อีกรูปแบบหนึ่ง ที่ได้รับอิทธิพลส่วนใหญ่มากจากฝั่งอเมริกา ที่จะเน้นฟิตเมนท์ของตัวรถที่ดูเตี้ย มีความลงตัว ดูเรียบๆ และคุมโทนสีของตัวรถไปในทางเดียวกัน ซึ่งการตกแต่งรถยนต์ในสไตล์ Stance หรือ USDM ในต่างประเทศหรือแม้แต่ประเทศญี่ปุ่นเองที่ถือว่าเป็นต้นตำหรับการแต่งในสไตล์ JDM ก็เริ่มมีกลุ่มคนที่ชื่นชอบซึ่งการตกแต่งรถยนต์ในสไตล์นี้มากขึ้น เช่นเดียวกับในประเทศไทย ที่การตกแต่งในแนว Stance นั้นเริ่มมีความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เราสามารถพบเห็นรถแนวนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก รวมไปถึงยังมีงาน Car Show และ Car Club เฉพาะกลุ่มกันอีกด้วย ดังนั้นในวันนี้เราก็จะมีอีกหนึ่งที่สุดของสาย Stance ในเมืองไทยกับรถ Nissan 200sx ของคุณ ตี๋ Fuckin Car Low Damn ที่มากับแบบฟิตเมนท์แบบเป๊ะๆ ส่วนรายละเอียดของเจ้า 200sx คันนี้จะเป็นอย่างไรนั้น เราไปดูกันเลยครับ

 

กันชนหน้า pignose ที่ดูมีสเน่ห์ไปอีกแบบ

 

ไฟหลังแบบ Custom ที่เข้ากันกับสีตัวถัง

 

          สำหรับเจ้า Nissan ในตระกูล 200sx จริงๆแล้วจะมีชื่อรหัสที่แตกต่างกันถึง 3 ตัวด้วยกันเลยที่เดียว โดย 180sx จะเป็นรหัสที่ขายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น, 200sx จะเป็นรหัสที่ขายในโซนเอเชียรวมไปถึงประเทศไทย และ 240sx จะเป็นรหัสที่ขายที่ประเทศอเมริกา ซึ่งในแต่ละตัวที่ขายด้านออฟชั่น และอุปกรณ์ต่างๆก็จะแตกต่างกันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นชุดพาร์ท กันชน รวมไปถึงเครื่องยนต์ โดยสำหรับในประเทศไทยถ้าเอากันตามจริงแบบรถป้ายแดงออกห้าง ก็จะเป็นรหัส 200sx เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทีนี่ก็ตามแต่เจ้าของรถกันแล้วหล่ะครับว่าจะตกแต่งกันไปในแนวทางไหน ซึ่งทางคุณตี๋ ก็เลือกที่จะแปลงโฉม 200sx ของตัวเองเป็น 180sx สเปคที่ขายในญี่ปุ่น โดยเริ่มจากการเปลี่ยนกันชนหน้าใหม่เป็นกันชนหน้าที่เรียกกันว่า “pignose” ที่ตัวกระจังหน้าจะมีช่องอยู่ 2 รู ส่วนของสเกิร์ตข้างก็จัดการหยิบยืมมาจาก Silvia S13 ตัวไมเนอร์ อีกหนึ่งรุ่นพี่-น้องสายเลือดของ 200sx ที่อะไหล่แทบจะแทนกันได้เกือบทุกชิ้นส่วน ด้านไฟหน้ายังคงความเป็นไฟหน้าแบบป๊อปอัพแต่ได้เปลี่ยนเลนส์ไฟหน้าใหม่เป็นของ Raybring ส่วนไฟท้ายได้ทำการ Custom Made ขึ้นมาใหม่เพื่อให้เข้ากับสีตัวถังที่รื้อ-ลอกทำใหม่ทั้งคัน ผลงานจากทาง Dropcar shop

 

ภายในเพิ่มเติมเพียงเบาะ Nissan Skyline R33 และ พวงมาลัย Nardi

 

เกจ์วัด Defi ที่ถูกจัดวางได้อย่างลงตัว

 

          ในส่วนของภายในก็ต้องบอกว่าเน้นในสไตล์เรียบๆ ไม่ดูซิ่งเกินไปหรือเดิมจนเหมือนรถออกศูนย์ เริ่มจากการเปลี่ยนเบาะคู่หน้าใหม่ที่ยกมาจากพี่ใหญ่อย่าง Nissan Skyline R33 ที่ให้ความรู้สึกนุ่มสบาย(ก้น)อย่างมาก ในส่วนของพวงมาลัยก็เปลี่ยนจากพวงมาลัยเดิมที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลาเป็นพวงมาลัย Nardi ตัว Classic ขนาด 13 นิ้วขนาดเล็ก กระทัดรัด ด้านบนคอนโซลได้มีการเพิ่มปรับบูสต์ไฟฟ้าของ HKS และเกจ์วัด Defi ZD พร้อมตัววัดบูสต์ของทาง Defi ที่ถูกใส่ไว้ในกรอบที่ทำเพิ่มขึ้นมาใหม่ดูกลมกลืนไปกับตัวคอนโซล อีกทั้งยังมีการติดตั้งวัดรอบ Defi พร้อมชิพไลท์ในบริเวณเสาเอ ที่ไม่รู้สึกเกะกะสายตาแม้แต่อย่างใด

 

เครื่องยนต์ CA18DET ที่โมดิฟายในระดับ 410 แรงม้า

 

ท่อไอเสียคู่แบบยิงสดที่รับประกันว่าลั่นทุ่งแน่นอน

 

          เปิดฝากระโปรงเข้ามาส่องในส่วนของเครื่องยนต์กันบ้าง สำหรับเจ้า 200sx ที่มีขายในประเทศไทยเครื่องยนต์ที่ออกมาจากศูนย์เลย ก็จะมีตัวเลือกให้เลือกเพียงตัวเดียวเท่านั้นก็คือเครื่องยนต์ในรหัส CA18DET ขนาด 1,800 cc. เทอร์โบที่ให้แรงม้าสูงสุดที่ 167 แรงม้า เท่านั้น ซึ่งขาซิ่งในบ้านเราส่วนใหญ่แล้ว ถ้าอยากจะโมดิฟายให้แรง ก็ต้องหันไปคบกับเครื่องยนต์ SR20DET ที่มีแรงม้าที่มากกว่าและการต่อยอดดูจะมีอนาคตมากกว่า แต่สำหรับ 200sx คันนี้คุณตี๋อยากจะอนุรักษ์เครื่องยนต์เดิมๆไว้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องโมดิฟายกันบ้าง โดยให้ทางอู่โกดัง Fix เป็นผู้จัดการในเรื่องเครื่องยนต์ทั้งหมด เริ่มจากการเปลี่ยนแคมชาร์พเป็นของ HKS ที่มาคู่กับสป๊อกเก็คแคมของ Tomei ด้านท่อนล่างก็อัพเกรดกันแบบชุดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นลูกสูบของ Wiesco พร้อมด้วยก้านสูบ Pauter X beam ที่เสริมความอึดด้วยชาร์พจาก ACL ทั้งตัว ในส่วนของเทอร์โบก็เปลี่ยนใหม่ให้ใหญ่ขึ้น โดยใช้เทอร์โบของ GReddy 06-20G พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์และ Blow Off Valve ของ HKS ด้านระบบน้ำมันก็จัดแจงเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเริ่มจากเปลี่ยนปั๊มติ๊กเป็นปั๊มติ๊ก Walbro 255 ที่ดูดน้ำมันจากในถังขึ้นมาก่อนจะส่งไปตามรางหัวฉีด RC Turbo ก่อนจะฉีดเข้าเครื่องด้วยหัวฉีดขนาด 650 cc. ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ถูกควบคุมด้วยกล่อง Link G4+ Atom ที่ทาง Maxtunning เป็นผู้จูนให้ โดยสามารถจูนแรงม้าออกมาได้มากถึง 410 ตัวก่อนที่จะจับแรงม้าทั้งหมดลงพื้นด้วยคลัทช์ซิ่ง Os giken และระบายไอเสียด้วยท่อคู่ยิงสด ที่รับรองว่าสนานหูอย่างแน่นอน

 

ฟิตเมนท์แบบเป๊ะๆตามสไตล์ชาว Stance

 

ล้อ W Work Seeker EX ขอบ 17 นิ้ว กับสเปคสุดตาราง

 

          มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับสาย Stance ก็คือในส่วนของช่วงล่าง ซึ่งการจัดฟิตเมนท์ให้เป๊ะ นั้นก็มีด้วยมากมายหลายวิธีแล้วแต่ถนัด ไม่ว่าจะเป็นการใส่โช๊คอัพแบบถุงลม ซึ่งวิธีการนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมมากในต่างประเทศเพราะว่า สามารถปรับความสูง-ต่ำได้อย่างใจต้องการ และไม่ค่อยลำบากในการขับไปไหนมาไหน เพราะว่าสามารถปรับเพิ่ม-ลดความเตี้ยในระหว่างทางได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนอีกสายก็คือการโหลดด้วยโช๊คอัพแบบปกติ ซึ่งสายนี้จะเน้นที่ความดิบ เถื่อน อยากได้เตี้ยเท่าไหน ปรับเท่านั้น อยากได้อารมณ์ได้ยินเสียงตัวถังขูดกับลูกระนาด เหมือนกับความสะใจอย่างนึง ซึ่งทางคุณตี๋นั้นเลือกใช้การโหลด 200sx ของตัวเองแบบหลังด้วยใช้ชุดสตรัทปรับเกลียวของทาง HKS ในส่วนของล้อแม็กซ์เป็นล้อสุดหล่ออย่าง W Work Seeker EX ขอบ 17 นิ้ว ขนาดกว้างหน้า 10” หลัง 10.5” กับออฟเซ็ทแบบลึกสุดใจ เท่านี้ยังไม่พอยังเสริมด้วยชุดห่วงและแขนปรับช่วงล่างแบบชุดใหญ่ เพื่อให้สามารถวางตำแหน่งองศาความแบะของล้อได้ตามใจต้องการ เพื่อฟิตเมนท์ที่เป๊ะที่สุด ตบท้ายด้วยการอัพเกรดชุดเบรคใหม่จาก Skyline R33 ทั้งหน้า-หลัง เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย

 

 

          โดยจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการปั้นเจ้า Nissan 200sx คันนี้ นั้นก็เกิดมาจากการที่คุณตี๋ได้เดินทางไปเที่ยวงาน Toyko Auto Salon และบังเอิญผ่านไปเจอรถในแนวนี้จึงเกิดความชอบ เมื่อบินกลับมาไทยก็เกิดความเสี้ยนที่จะเอารถสปอร์ตมาโหลดเตี้ยๆ และไม่อยากแต่งเหมือใครดูบ้าง จึงออกมาเป็น 200sx อย่างที่เราเห็นกันในตอนนี้ ซึ่งระยะเวลาในการปั้นเจ้า 200sx คันนี้ก็ต้องบอกว่ากินระยะเวลานานยาวกว่า 2 ปีกันเลยทีเดียว และนั่นเป็นสาเหตุที่เมื่อรถนั้นทำเสร็จสมบูรณ์ ตนเองนั้นก็พอใจและประทับใจเป็นอย่างมาก ส่วนการใช้ในชีวิตประจำวันในถนนเมืองไทยนั้นก็ไม่ค่อยลำบากเท่าไรนัก เพียงแค่อาจจะต้องเลือกเส้นทางและวางแผนการเดินทางดีดีเท่านั้นเอง

 

 

          ท้ายที่สุดนี้ถ้าหากใครสนใจที่จะตกแต่งรถของตัวเองให้แตกต่างจากคนอื่นและแสดงความเป็นตัวของตัวเอง การตกแต่งในแนว Stance ก็ดูเหมือนจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าเพอฟอร์แมนซ์ในการขับจะไม่ดีเท่าการแต่งแบบปกติ แต่เราก็ต้องยอมรับว่า เมื่อมันจอดนิ่งๆหรือพบเห็นมันขับอยู่บนท้องถนน ความหล่อและความสวยของมันก็ทำให้เราหวั่นไหวกันได้ไม่น้อยเลยใช่ไหมหล่ะครับ ? ในครั้งหน้าจะมีรถแต่ง รถสวย หรือรถซิ่งแบบไหน คันไหนมาให้ดูกันอีก ก็ต้องติดตามกันนะครับ วันนี้คงต้องลากันไปก่อน พบกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีครับ

 

Tech Spec

ภายนอก

  • กันชนหน้า pignose
  • ลิ้นหน้า แท้
  • ชายข้าง S13 ไมเนอร์ แท้
  • ไฟท้าย custom made
  • เลนส์ไฟหน้า Raybring

ภายใน

  • เบาะหน้า R33 เบาะหลังครบๆ
  • พวงมาลัย Nardi Classic 13” ก้านบรอนแหวน
  • จอDefi. ZD วัดบูส,วัดรอบ +ชิฟไลท์ DEFI
  • วัด AF, Timer INNOVATE
  • กล่อง Link G4+ Atom 
  • ปรับบูสไฟฟ้า HKS
  • วิทยุ Pioneer

เครื่องยนต์

  • เครื่อง CA18 DET E20 410 ม้า
  • เทอร์โบ Greddy 06-20G
  • แคม 272 9.5 HKS
  • สป็อกเก็ตแคม Tomei
  • ลูกสูบ Wiesco
  • ก้านสูบ pauter Xbeam
  • ชาร์ฟ ACL ทั้งหมด
  • รางหัวฉีด RC Turbo
  • หัวฉีด 650 cc.
  • ปั้มติ๊ก Walbro 255
  • กล่อง Link G4+ Atom
  • ครัทช์ OS
  • อินเตอร์คูลเลอร์ HKS
  • ฺBlow Off Valve HKS
  • หม้ออลูมิเนียม พัดลมไฟฟ้า
  • ออยซิ่ง
  • แท่นเครื่อง Nismo

ช่วงล่าง

  • โช็คอัพ HKS
  • ล้อแม็กซ์ W work seeker EX ขอบ 17 x หน้า 10" หลัง 10.5"
  • เบรค R33 หน้า-หลัง
  • หนวดกุ้งหน้า tuner concept
  • กันแคร้ง มิเนียม
  • ห่วงปรับ แขนปรับ เต็มระบบ
รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook