เขียนโดย: boytaku boxza

เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์ 2562 - 09:57

ภาพโดย: BeastTorque

Automotive | Lifestyle | Cars

Suzuki Ertiga vs. Mitsubishi Xpander ศึกรถครอบครัวแห่งทศวรรษใหม่ ใครจะคุ้มค่ากว่ากัน

 

          รถ Mini MPV เป็นอีกหนึ่งเซ็กเมนต์ที่คนไทยให้ความสนใจไม่แพ้กัน เนื่องจากเป็นรถครอบครัวที่ตอบโจทย์ในด้านการโดยสาร และความอเนกประสงค์ในการใช้งานได้ดี ซึ่งในช่วงระหว่างปี 2018-2019 ก็ได้มีปรากฎการณ์การมาของ 2 All-New MPV จาก 2 แบรนด์ชั้นนำจากญี่ปุ่นที่ได้เปิดตัวในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็น รถ Suzuki Ertiga ที่เปิดตัวสดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่นานมานี้ และ Mitsubishi Xpander รถ MPV ที่ถ่ายทอดความล้ำให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสกันแล้ว โดยทางทีมงานได้นำรถทั้ง 2 รุ่นมาประชันเปรียบเทียบกัน โดยได้นำ Suzuki Ertiga GX ราคา 695,000 บาท และ Mitsubishi Xpander GT ราคา 849,000 บาท ซึ่งเป็นรุ่นท็อปทั้งคู่ ด้วยส่วนต่างที่ห่างกันมากถึง 154,000 บาท จะเป็นตัวชี้วัดได้หรือไม่ ไปหาคำตอบกัน

 

รูปทรงภายนอก 

Suzuki Ertiga GX

         ด้านบุคลิกภายนอกได้รับการออกแบบใหม่สะท้อนความหรูหรา โฉบเฉี่ยว และทันสมัย ด้วยกระจังหน้าโครเมี่ยม ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ดูดุดันเข้ากับเส้นสายการออกแบบด้านหน้าเสริมด้วยไฟตัดหมอกทรงกลม สะดุดตาด้วยไฟท้าย LED แบบ Light Guide และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว รวมไปถึงกระจกมองข้างปรับพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ไฟตัดหมอก ที่ปัดน้ำฝนหน้าแบบหน่วงเวลา 2 จังหวะ พร้อมที่ฉีดน้ำ กับที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลา 1 จังหวะ พร้อมที่ฉีดน้ำ เป็นต้น

 

 

Mitsubishi Xpander GT

         ทางด้าน Mitsubishi Xpander ได้รับการออกแบบตัวรถที่ผสมผสานระหว่างรถ MPV และรถครอสโอเวอร์ จึงทำให้มีบุคลิกที่ดูยกสูงกว่ารถ MPV ที่คุ้นเคย ดูน่าขับลุย แถมยังได้รับการออกแบบตัวถังเพื่อให้ภายในมีความกว้างขวางมากที่สุด ด้านบุคลิกและออพชั่นนั้น ประกอบไปด้วยกระจังหน้าพร้อมไฟหน้าที่ได้รับการออกแบบโดยถ่ายทอดจากการดีไซน์แบบ Dynamic Shield ซึ่งตัวระบบส่องสว่างจะแบ่งออกเป็นด้านบนสุดคือไฟหรี่แบบ Crystal LED, ไฟหน้า ไฟเลี้ยว และไฟตัดหมอก ถูกติดตั้งไว้ที่ชุดกันชนหน้าแบบแยกส่วนจากกัน เพื่อเลี่ยงไม่ให้แสงไฟรบกวนสายตาผู้ร่วมทาง, กันชนหลังดีไซน์สปอร์ต และไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบ L-lllumination พร้อมระบบไฟ LED, มือเปิดประตูโครเมียม, คิ้วขอบกระจกประตู และแผงกันกระแทกด้านหน้า-ด้านหลัง รวมถึงคิ้วขอบประตูด้านล่างข้างตัวรถ ปิดท้ายด้วยอัลลอยสีทูโทนขนาด 16 นิ้ว

         ด้านบุคลิกตัวรถได้รับการออกแบบจนดูมีความแตกต่างอย่างชัดเจน งานนี้ต้องตัดสินกันที่มิติตัวถังของรถทั้ง 2 รุ่น ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

 

มิติตัวถัง Suzuki Ertiga GX Mitsubishi Xpander GT
 ความกว้าง (มม.) 1,735 1,750
 ความยาว (มม.) 4,395 4,475
 ความสูง (มม.)  1,690 1,700
 ความกว้างช่วงล้อหน้า-หลัง (มม.)  1,510 - 1,520 1,520 - 1,510
 ระยะฐานล้อ (มม.)  2,740 2,775
 ระยะต่ำสุดจากพื้น (มม.)  180 205
 น้ำหนักรถ (กก.) 1,135 ไม่ได้ระบุ

 

ฟังก์ชั่นภายใน

         ทั้ง 2 รุ่นเปรียบเทียบจะเหมือนกันตรงที่เป็นห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมกับเบาะหลังแถวสองสามารถปรับแยกแบบ 40:60 พร้อมฟังก์ชั่นปรับเอนหลัง รวมไปถึงช่องเก็บของหลายตำแหน่งและช่องแอร์ด้านหลังเพิ่มความเย็นสบายให้กับพื้นที่โดยสารตอนหลัง, ระบบ Keyless Entry พร้อมปุ่ม Push Start, ช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์หลายตำแหน่ง เป็นต้นแต่ทั้ง 2 รุ่นจะมาพร้อมกับออพชั่นอะไรที่แตกต่างกันบ้าง มีดังนี้

 

 

Suzuki Ertiga GX

        เบาะนั่งแถวสองพับแบบ 40:60 กับเบาะหลังแถวสามพับแบบ 50:50 ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการบรรทุกสิ่งของ, พวงมาลัยตัดตรงสไตล์รถสปอร์ต และเพิ่มพื้นที่ให้กับขาได้มากขึ้น, ช่องวางเครื่องดื่มที่สามารถรักษาอุณหภูมิความเย็นของเครื่องดื่มได้นานยิ่งขึ้น, ระบบกรองอากาศ, ลำโพง 4 ตำแหน่ง เป็นต้น  

 

 

Mitsubishi Xpander GT

          แม้ว่าตัวเบาะแถวสองสามารถปรับแยกแบบ 40:60 แต่ตัวพนักพิงสามารถพับได้แบบ 40:20:40 และสามารถแปลงเป็นที่วางแขนได้, ลำโพง 6 ตำแหน่ง เป็นต้น

 

สมรรถนะและประสิทธิภาพ

 

Suzuki Ertiga GX

         มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว 1.5 ลิตร รหัส "K15B" พร้อมหัวฉีดมัลติพอยท์ มอบสมรรถนะสูงสุดถึง 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 138 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

 

 

Mitsubishi Xpander GT

        ทางด้าน Mitsubishi Xpander ใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบ MIVEC DOHC 16 วาล์ว 1.5 ลิตร รหัส "4A91" จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านระบบหัวฉีด ให้สมรรถนะสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมระบบ INC โดยรายละเอียดอื่นๆ ได้เปรียบเทียบเพิ่มเติมตามตารางดังนี้

 

  Suzuki Ertiga GX Mitsubishi Xpander GT
 กำลังสูงสุด (แรงม้า) 105 ที่ 6,000 รอบ/นาที 105 ที่ 6,000 รอบ/นาที
 แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร) 138 ที่ 4,400 รอบ/นาที 141 ที่ 4,000 รอบ/นาที
 อัตราส่วนน้ำหนัก/แรงม้า ไม่ได้ระบุ ไม่ได้ระบุ
 ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด  เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมระบบ INC (Idle Neutral Control) 
 อัตราทดเฟืองท้าย 4.278  4.375
 กินน้ำมันในเมือง (กม./ล.) ไม่ได้ระบุ  ไม่ได้ระบุ  
 กินน้ำมันนอกเมือง (กม./ล.)  ไม่ได้ระบุ  ไม่ได้ระบุ 
 กินน้ำมันโดยเฉลี่ย (กม./ล.)  ไม่ได้ระบุ  ไม่ได้ระบุ 
 ช่วงล่างหน้า แบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยล์สปริง  แบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยล์สปริง เหล็กกันโคลง และเหล็กค้ำหัวโช้ค
ช่วงล่างหลัง ทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง  ทอร์ชั่นบีม 
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 5.2
ล้อและยาง 185/65 R15  16 นิ้ว x 6.5J

 

อุปกรณ์ความปลอดภัย

         สำหรับระบบความปลอดภัยในรถทั้ง 2 รุ่น จะได้รับออพชั่นมาตรฐานทั้งเข็มขัดนิรภัย พร้อมระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยแถวหน้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ABS-EBD-BA, คานเหล็กเสริมนิรภัยในประตู ระบบควบคุมสเถียรภาพการทรงตัว, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, จุดยึดเบาะนั่ง ISOFIX 2 ตำแหน่ง, ไฟเบรกดวงที่ 3, ไฟตัดหมอก, ระบบป้องกันการโจรกรรม และระบบสัญญาณกันขโมย เป็นต้น แต่ทั้ง 2 รุ่นก็ยังงัดระบบความปลอดภัยสุที่แตกต่างกัน โดย Suzuki Ertiga GX จะมีทั้งโครงสร้างตัวถัง TECT, ระบบล็อกประตูหลังนิรภัยป้องกันเด็กเปิดประตู เป็นต้น ส่วน Mitsubishi Xpander GT จะมีทั้งโครงสร้าง Rise Body, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์ เป็นต้น

 

บทสรุป

 

         Suzuki Ertiga GX การกลับมาของรถ MPV ราคามิตรภาพด้วยโฉมเจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่ยกระดับความหรูหรา และความทันสมัยมากขึ้น ด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์ใหม่ที่ให้กำลังขับเคลื่อนที่เหมาะสมกำลังดี พร้อมให้คุณได้เป็นเจ้าของได้ในราคา 695,000 บาท

 

 

         ส่วน Mitsubishi Xpander GT แม้จะมีราคาที่สูงถึง 849,000 บาท แต่มาพร้อมกับมิติตัวถังขนาดใหญ่ รูปทรงดุดัน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ให้มากกว่า ส่วนเครื่องยนต์แม้จะมีแรงม้าเท่ากัน แต่แรงบิดรุ่นนี้สูงกว่ารุ่นเปรียบเทียบในระดับหนึ่ง

 

 

         การเปรียบเทียบในครั้งนี้จะเป็นการยกสเปค อุปกรณ์เด่นๆ ของรถทั้งสองรุ่นมาเปรียบเทียบกัน ซึ่งผู้ที่จะตัดสินใจเลือกซื้อได้นั้นก็คือตัวผู้อ่านเองว่าต้องการรถ MPV เพื่อการใช้งานในลักษณะใด สำหรับโอกาสหน้าจะเปรียบเทียบรถรุ่นใดนั้นติดตามชมกันให้ดี

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook